Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการของเรา
dot
bulletหลักสูตรพ่อมดการเงิน
bulletห้องสมุดเวทมนตร์
bulletกองทุนเทวดา
bulletดูดวงชะตา
bulletสัมมนาฟรี
dot
บทความ & เกร็ดความรู้
dot
bulletเฮ็ดจ์ฟันด์ (HF) คือ?
bulletออปชั่น (Options) คือ?
bulletฟิวเจอร์ส (Futures) คือ?
bulletออฟชอร์เทรดดิ้ง (OT) คือ?
bulletเอฟไอเอฟ (FIF) คือ?
bulletไพรเวทฟันด์ (PF) คือ?
bulletการลงทุนทางเลือก (AI) คือ?
dot
คู่มือความรู้พื้นฐานการลงทุน
dot
bulletการลงทุนในต่างประเทศ
bullet10 ความต่างสร้างมหาเศรษฐี
bulletความลับ "กฎแห่งแรงดึงดูด"
bulletศาสตร์แห่งการตัดสินใจ
bulletคิดใหญ่ไม่คิดเล็ก
dot
รับข่าวสารและโปรโมชั่นจากเรา

dot


Optionetics
Options University
optionsXpress
Interactive Brokers
thinkorswim



 

 

 

 

 

 


   



พ่อมดการเงิน ธนาธร ชูชาติพงษ์ เสกผลตอบแทน 79% ใน 7 นาที  เสกกำไร 300,000 บาทใน 37 วินาที


พ่อมดการเงิน เกรก เพนน์ เสกเงินจาก $2,079 กลายเป็น $106,580 ใน 31 วัน (www.StocksOnAlert.com)


 พ่อมดการเงิน ชัค ฮิวจ์ส เริ่มต้นเสกเงิน $4,600 เสกกำไรไปแล้วกว่า $11,000,000 ใน 4 ปี (www.ChuckHughes.com)


พ่อมดการเงิน ไมเคิล พาร์เนส เสกเงินจาก $33,000 กลายเป็น $7,000,000 ใน 15 เดือน (wwwTrendTrade.com)


 

เฮดจ์ฟันด์ของไคล์ แบสกำไร 600% ใน 18 เดือน คิดเป็นเงินมากกว่า 35,000 ล้านบาท ในช่วงวิกฤติซับไพร์ม (ที่มา:CNBC)

           


 ออปชั่นกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชียซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา (www.freely.com)

http://www.optionstradingchampionship.com/     http://www.optionseducation.org/ 


"The Leverage of Paper Assets" by Robert Kiyosaki

"ถ้าคุณอยากรู้ว่าลงทุนอย่างไรถึงจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าแต่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ผมแนะนำให้คุณเปิดใจให้กว้าง ถ้าคุณได้ยินคำกล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ หรือ คุณไม่สามารถทำเช่นนั้นได้หรอก หรือ นั่นมันผิดกฎหมาย หรือ มันเสี่ยงเกินไป หรือ มันยากเกินไปสำหรับเรา ที่จะเรียนรู้  เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุผลที่แท้จริงของคนที่มีคำกล่าวเชิงลบพวกนี้ก็คือ เขาขี้เกียจเกินไปที่จะเรียนรู้หรือเขาศึกษาอย่างผิวเผินแบบรู้ไม่จริง ผมขอให้คุณเตือนตัวเองที่จะเปิดกรอบความคิดของคุณให้กว้างเพื่อการเรียนรู้ใหม่ๆ เช่น การลงทุนพร้อมการป้องกันความเสี่ยงด้วย ออปชั่น (Options) และการลงทุนในกองทุนป้องกันความเสี่ยงหรือ เฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) พึงระลึกไว้ว่าขณะที่เราก้าวหน้าไปในทางเทคโนโลยี มนุษย์เราก็ได้พัฒนาความรู้ความสามารถด้านการเงิน นั่นหมายความว่ามันจะเป็นการง่ายขึ้นที่จะรวยเร็วขึ้นและปลอดภัยขึ้น คุณต้องเรียนรู้ให้ทันสถานการณ์ปัจจุบัน"  

 
"Rich Dad's Guide to Investing" by Robert Kiyosaki

"คนจนและคนชั้นกลางลงทุนในกองทุนรวม (Mutual Fund) ในขณะที่คนรวยลงทุนในกองทุนป้องกันความเสี่ยงหรือ เฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) หลายคนมีความเห็นว่ากองทุนป้องกันความเสี่ยงมีความเสี่ยงสูงเกินไป แต่ผมกลับไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้น ผมคิดว่ากองทุนรวมต่างหากที่มีความเสี่ยงมากกว่า เพราะกองทุนรวมส่วนใหญ่สามารถทำกำไรได้เฉพาะในช่วงตลาดขาขึ้น ในขณะที่กองทุนป้องกันความเสี่ยงบางกองทุนสามารถทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง แล้วกองทุนไหนล่ะที่คุณคิดว่ามันมีความเสี่ยงมากกว่ากันในระยะยาว คำว่า ป้องกันความสี่ยง (Hedge) เป็นคำที่สำคัญมากสำหรับนักลงทุนผู้ชาญฉลาด ซึ่งหมายถึงการป้องกันการสูญเสียหรือขาดทุน และการไม่ป้องกันก็คือความเสี่ยงนั่นเอง นี่คือที่มาของความแตกต่างระหว่างกองทุนรวมและกองทุนป้องกันความเสี่ยง"

                                       "Rich Dad's Retire Young Retire Rich" by Robert Kiyosaki

"ถ้าคุณต้องการเกษียณเร็วและเกษียณรวย การป้องกันความเสี่ยง (Hedge) เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก นักลงทุนทั่วไปที่ลงทุนใน ออปชั่น (Options) จะไม่เคยรู้สึกปลอดภัย พวกเขารู้สึกว่าการลงทุนนั้นเสี่ยง และสำหรับพวกเขามันก็เป็นความเสี่ยงจริงๆ เหตุเพราะพวกเขารู้สึกไม่มั่นใจ พวกเขาจึงเชื่อในผู้จัดการกองทุนหรือพี่น้องของเขาที่เป็นนายหน้าค้าหุ้นหรือนักวางแผนทางการเงิน โดยการตั้งความหวังหรือสวดมนต์ภาวนาให้คนเหล่านี้สามารถป้องกันพวกเขาจากวิกฤตการณ์ของตลาดได้ ปัญหาก็คือผู้จัดการกองทุนหรือนายหน้าค้าหุ้นโดยเฉลี่ยแล้วไม่สามารถทำการปกป้องพวกเขาจากความล้มเหลวของตลาด และก็ไม่สามารถช่วยพวกเขาทำเงินได้ในตลาดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่มีการเคลื่อนไหวของหุ้นมากนัก หนทางที่จะทำให้ชนะในทุกตลาดได้ก็คือ การเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคำศัพท์ต่างๆ ของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ด้วย ออปชั่น (Options) เช่น คอลออปชั่น (Call Options) พุทออปชั่น (Put Options) ฯลฯ

ข่าวสาร & กิจกรรม

ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ อนุญาตให้นักลงทุนไทย สามารถนำเงินออกไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศโดยตรง หรือ Offshore Trading ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเปิดโอกาสให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนออกไปลงทุนในรูปแบบของ FIF (Foreign Investment Fund) หรือการไปลงทุนในกองทุนที่นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมาแล้วก็ตาม แต่การลงทุนใน Offshore และ FIF มีความแตกต่างกัน การลงทุนในเอฟไอเอฟ นักลงทุนจะต้องซื้อหน่วยลงทุน โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเป็นดูแล ทำให้ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ในขณะที่ออฟชอร์ นักลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นโดยตรง โดยเสียค่าธรรมเนียมให้กับโบรกเกอร์ที่ใช้บริการอยู่เพียงขั้นตอนเดียว และทำหน้าที่ซื้อขายได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แต่นักลงทุนต้องบริหารเงินทุนด้วยตัวเอง 

More...

ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ประกาศผ่อนคลายหลักเกณฑ์การนำเงินออกและการถือครองเงินตราต่างประเทศ โดยบุคคลไทยสามารถนำเงินออกไปลงทุนกิจการในต่างประเทศได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถส่งเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนผู้ลงทุนประเภทสถาบัน มีการผ่อนคลายได้ทั้งการลงทุนในหลักทรัพย์ของคนไทยในต่างประเทศและหลักทรัพย์ของเอกชนต่างประเทศ

More...
Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ดิสติงชั่น จำกัด (Distinction Co., Ltd.)
119/305 ม.1 ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel. 086-3172369 Email: ThaiHedgeFund@gmail.com

    

คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรเรียนรู้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้รู้จริง ก่อนการตัดสินใจในการลงทุนใดๆ ศูนย์การเรียนรู้ดิสติงชั่นเปรียบเสมือนโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยคือ "มีหน้าที่ให้ความรู้และการศึกษาแก่ผู้เรียน" โดยอ้างอิงจากกรณีศึกษาผลลัพธ์ความสำเร็จต่างๆในเชิงปฏิบัติ และศูนย์การเรียนรู้ดิสติงชั่นไม่ได้เปรียบเสมือนบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่อย่างใด หมายความว่า ศูนย์การเรียนรู้ดิสติงชั่น "ไม่ได้มีหน้าที่ในการให้คำแนะนำในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินต่างๆ" และ "ไม่ได้มีหน้าที่ขายหน่วยลงทุนหรือเป็นตัวแทนในการชักชวนให้มาระดุมทุน" ในประเทศไทย ศูนย์การเรียนรู้ดิสติงชั่นได้วางแผนที่จะมีบริการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในอนาคต โดยการจัดตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์นั้นจะต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้น เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สามารถที่จะเป็นผู้ลงทุนก็คือคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้วเท่านั้นเช่นกัน ปัจจุบันเรายังไม่มีนโยบายในการจัดตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในประเทศไทย